บริการทําเลสิก PRK ทางเลือกแก้ไขปัญหาสายตา โดยจักษุแพทย์ เฉพาะทางกระจกตา และการผ่าตัดแก้ไขสายตา
บริการทําเลสิก PRK
LASIK by Dr.Orathai
ในปัจจุบัน ปัญหาสายตาเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หลายคนจึงเริ่มมองหาทางเลือกในการแก้ไขสายตา เช่น การทำเลสิก เพื่อช่วยให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นโดยลดการพึ่งพาแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีข้อจำกัด เช่น กระจกตาบาง ภาวะตาแห้ง หรือข้อจำกัดด้านอาชีพบางประเภท อาจไม่เหมาะกับการทำเลสิกวิธีอื่น การทำเลสิก PRK ซึ่งเป็นเทคนิคที่ไม่ต้องเปิดฝากระจกตา ช่วยลดผลกระทบต่อโครงสร้างกระจกตา จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดดังกล่าวในการแก้ไขสายตา
บทความนี้จะช่วยอธิบายการทำเลสิก PRK ตั้งแต่หลักการทำงาน ขั้นตอนการรักษา ข้อดี ข้อจำกัด และการดูแลหลังการรักษา เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถทำความเข้าใจข้อมูลเบื้องต้นก่อนเข้ารับการปรึกษากับจักษุแพทย์
การทำเลสิก PRK คืออะไร?
ทำเลสิก ด้วยเทคโนโลยี เลสิกPRK (Photorefractive Keratectomy) เป็นเทคนิคการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ โดยแพทย์จะทำการลอกผิวกระจกตาชั้นบนสุด (Epithelium) ออก จากนั้นใช้เลเซอร์ปรับความโค้งของกระจกตาเพื่อแก้ไขค่าสายตา โดยวิธีนี้ ไม่มีการเปิดฝากระจกตา (flap)
เทคนิค PRK มีการใช้อย่างต่อเนื่องในทางคลินิกมาเป็นเวลานาน และเป็นหนึ่งในทางเลือกของการ ผ่าตัดแก้ไขสายตา ที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดด้านความหนาหรือโครงสร้างของกระจกตา เช่น ผู้ที่มี กระจกตาบาง ภาวะตาแห้ง ทั้งนี้ ความเหมาะสมในการรักษาจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินเป็นรายบุคคลโดย จักษุแพทย์
เทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาด้วยวิธี PRK
Excimer Laser – เครื่อง MEL 90 จากบริษัท Carl Zeiss ประเทศเยอรมนี
Excimer Laser เป็นเลเซอร์ความยาวคลื่นอัลตราไวโอเลต 193 นาโนเมตร ทำงานด้วยกระบวนการ Photoablation ซึ่งช่วยปรับความโค้งของกระจกตา โดยไม่ก่อให้เกิดความร้อนสะสมในเนื้อเยื่อ พลังงานเลเซอร์จะทำปฏิกิริยาเฉพาะบริเวณผิวกระจกตาที่ทำการรักษา และไม่กระจายลึกเข้าสู่โครงสร้างภายในลูกตา
นอกจากนี้ ยังมีระบบติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตา (Eye Tracking System) ความเร็วสูง เพื่อให้ตำแหน่งเลเซอร์สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของดวงตาระหว่างการรักษา ช่วยเพิ่มความแม่นยำของการทำ LASIK
ขั้นตอนการผ่าตัดแก้ไขสายตา ด้วยวิธี PRK
การผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเทคนิค PRK ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีและสามารถกลับบ้านได้ทันที หลังทำการผ่าตัด โดยการขั้นตอนการทำ PRK มีดังนี้

หยอดยาชาเฉพาะที่
เพื่อลดความระคายเคืองระหว่างทำหัตถการ

เปิดผิวกระจกตาชั้น Epithelium
ลอกเฉพาะผิวกระจกตาบางๆ ชั้นบนสุดออก เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ผิวที่ต้องทำการเลเซอร์ปรับความโค้งกระจกตา

ยิงเลเซอร์ปรับค่าสายตา
โดยใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งกระจกตา เพื่อ
แก้ไขค่าสายตาสั้น สายตายาวแต่กำเนิด และสายตาเอียง

ใส่คอนแทคเลนส์ชั่วคราว
เพื่อช่วยปกป้องผิวกระจกตาระหว่างการฟื้นตัว ลดอาการระคายเคือง และช่วยให้ผิวกระจกตาสมานตัวได้อย่างเหมาะสม โดยจักษุแพทย์จะเป็นผู้นำคอนแทคเลนส์ออกเมื่อผิวกระจกตาสมานตัวดี (โดยทั่วไปประมาณ 5–7 วัน)
การทำเลสิก PRK เหมาะกับใคร ?
ที่ทำให้ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโครงสร้างดวงตา หรือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ดังนี้
ผู้ที่มีกระจกตาค่อนข้างบาง หรือมีความหนากระจกตาจำกัด
อาจไม่สามารถ ทำเลสิก แบบเปิดฝากระจกตา (flap) ได้อย่างปลอดภัย การทำ PRK ซึ่งไม่ต้องเปิดฝากระจกตาอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากกว่า ทั้งนี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล โดย จักษุแพทย์
ผู้ที่ทำกิจกรรม หรือเล่นกีฬาที่มีโอกาสเกิดแรงกระแทกต่อดวงตา
เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล มวย เทควันโด หรือ MMA เนื่องจากไม่มีฝากระจกตาที่เสี่ยงต่อการเคลื่อน โดยหลังจากทำ เลสิก PRK เมื่อแผลสมานตัวแล้ว กระจกตาจะไม่เหลือรอยแผล
ผู้ที่ผ่านการตรวจประเมินตาแล้วไม่เหมาะกับการทำเลสิกเทคนิคอื่น
เช่น ผู้ที่มีปัญหากระจกตาถลอกบ่อยๆ, ตาแห้งเรื้อรัง หรือรูปร่างกระจกตาไม่เอื้อต่อการแยกชั้นกระจกตา PRK จึงเป็นทางเลือกที่อาจเหมาะสมกว่า
ผู้ที่มีข้อกำหนดด้านอาชีพ เช่น ทหาร ตำรวจ นักบิน เป็นต้น
โดยผู้ที่เข้ารับการทำเลสิค ควรมีคุณสมบัติเบื้องต้น ดังนี้
- มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และค่าสายตามีความคงที่อย่างน้อย 1 ปี (เปลี่ยนแปลงไม่เกิน 0.5D)
- มีสายตาสั้น สายตายาวแต่กำเนิด หรือสายตาเอียง ในช่วงที่เหมาะสมต่อการรักษา
- ไม่มีโรคกระจกตาหรือโรคตาอื่นที่ส่งผลต่อการมองเห็น เช่น กระจกตาโก่ง, โรคต้อหินที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคจอประสาทตาบางชนิด
- ไม่มีโรคทางร่างกายที่ส่งผลต่อการสมานแผล เช่น โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
- ไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร (หลังคลอดควรรอให้ประจำเดือนมาติดต่อกันอย่างน้อย 2 รอบเดือนก่อน)
- ผ่านการตรวจประเมินตาอย่างละเอียด และได้รับการยืนยันความเหมาะสมในการทำ เลสิก PRK จาก จักษุแพทย์ เฉพาะทาง
ข้อดีของการทำเลสิก PRK
มีอะไรบ้าง ?
- ไม่มีการสร้างฝากระจกตา (flap) ลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนของฝากระจกตา
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาค่อนข้างบาง หรือมีข้อจำกัดอื่นๆที่ไม่สามารถทำเลสิควิธีอื่นได้
- รบกวนเส้นประสาทกระจกตาน้อยกว่าเลสิคชนิดที่มีการเปิดฝากระจกตา (SBK, Femto LASIK) จึงมีแนวโน้มเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่า
- เหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านอาชีพ หรือกิจกรรม เช่น ทหาร ตำรวจ นักบิน เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายมักย่อมเยากว่าเลสิคประเภทอื่น
ข้อจำกัดการทำเลสิก PRK มีอะไรบ้าง ?
- อาจมีอาการแสบตา ระคายเคืองตาได้ โดยเฉพาะในช่วง 2–4 วันแรก โดยอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆใน 1 สัปดาห์ เมื่อผิวกระจกตาสมานตัว
- ระยะฟื้นตัวนานกว่าเลสิคเทคนิคอื่น โดยการมองเห็นจะค่อย ๆ ชัดขึ้นภายใน 1–3 เดือน
- มีความเสี่ยงต่อการเกิดฝ้ากระจกตาได้ในบางราย แนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงแดด
ใส่แว่นกันแดดอย่างน้อย 3 เดือน, ควรตรวจติดตามสม่ำเสมอ, หยอดยา และปฎิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์
ตารางเปรียบเทียบเทคโนโลยีการทำเลสิกแต่ละประเภท
PRK LASIK | SBK LASIK | Femto LASSIK | SMILE Pro | |
|---|---|---|---|---|
เทคนิค | ใช้วิธีการลอกผิวกระจกตา แล้วใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งกระจกตาตามค่าสายตา | ใช้ใบมีดเปิดฝากระจกตาแล้วใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งกระจกตาตามค่าสายตา | ใช้ Femtosecond Laser เปิดฝากระจกตาแล้วใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งกระจกตาตามค่าสายตา | ใช้ Femtosecond Laser เลเซอร์เนื้อกระจกตาเป็นชิ้น Lenticule ตามค่าสายตา แล้วนำออกทางแผลขนาดเล็ก (เลเซอร์ 8-10 วินาที) |
![]() | ![]() | ![]() | ![]() | |
ขนาดแผล | แผลเปิดรูปวงกลม ขนาด 8-9 mm | ฝากระจกตา เส้นรอบวง 20 mm | ฝากระจกตา เส้นรอบวง 20 mm | แผลเล็ก 2-3 mm |
การพักฟื้น
(โดยประมาณ) | 5-7 วัน | 1–2 วัน | 1–2 วัน | 1–2 วัน |
ข้อดี | – ไม่มีฝากระจกตา – ตาแห้งน้อยกว่า – คงความแข็งแรงของกระจกตาหลังทำมากกว่า | – ฟื้นตัวไว – ภาพใสเร็ว | – ฟื้นตัวไว – ภาพใสเร็ว – เปิดฝากระจกตาแม่นยำ | – แผลเล็ก, ฟื้นตัวไว – ไม่มีฝากระจกตา – ตาแห้งน้อยกว่า – แสงแตกกระจายหลังทำน้อยกว่า – คงความแข็งแรงของกระจกตาหลังทำมากกว่า |
ข้อจำกัด | – เคืองตาในช่วง 3-5 วันแรก – ใช้เวลาฟื้นตัวช้ากว่า | – มีฝากระจกตา (มีโอกาส ฝากระจกตาเคลื่อนได้ หากกระทบกระเทือนรุนแรง) | – มีฝากระจกตา (มีโอกาส ฝากระจกตาเคลื่อนได้ หากกระทบกระเทือนรุนแรง) – มีข้อจำกัดในการวางอุปกรณ์เปิดฝากระจกตาในคนตาเล็ก | – อาจจะเห็นภาพฟุ้งได้ในช่วงสัปดาห์แรก |
การเตรียมตัวก่อนตรวจประเมินตา และทำเลสิค
- งดคอนแทคเลนส์ (แบบนิ่มอย่างน้อย 3-7 วัน, แบบแข็ง อย่างน้อย 2 สัปดาห์)
- งดใส่น้ำหอม, โคโลญหรือสเปรย์ใส่ผม ที่มีกลิ่นฉุน เพราะอาจมีผลต่อการทำงานของเครื่องเลเซอร์
- สวมเสื้อกระดุมหน้าถอดง่าย
- งดแต่งหน้า/ ทาครีมรอบดวงตา
- แนะนำให้มีคนขับรถกลับให้ หรือนั่งรถแท็กซี่กลับ
การพักฟื้นหลังทำเลสิก PRK
การฟื้นตัวหลังการทำ PRK เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ระยะเวลา เนื่องจากชั้นผิวกระจำตาต้องใช้เวลาฟื้นตัวตามธรรมชาติตามรายละเอียดเบื้องต้น ดังนี้
- ช่วง 3–5 วันแรก อาจมีอาการน้ำตาไหล แพ้แสง เคืองตา เนื่องจากอยู่ในช่วงการฟื้นตัวของผิวกระจกตา
- เริ่มมองเห็นชัดขึ้นใน 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยสามารถกลับมาทำงาน เริ่มใช้สายตาได้ในช่วงนี้
- การมองเห็นชัดเต็มที่ใน 1–3 เดือน เป็นระยะที่การมองเห็นจะค่อย ๆ เสถียรขึ้น
คำแนะนำในการดูแลหลังทำ PRK
- หลีกเลี่ยง ฝุ่น ลม และน้ำเข้าตา ในช่วงสัปดาห์แรกหลังทำ (หรือจนกว่าแผลจะสมานตัวดี)
- ใช้ยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- หยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆ เพื่อช่วยลดอาการระคายเคือง และทำให้ผิวกระจกตาสมานตัวได้เร็วและสมบูรณ์
- หลีกเลี่ยงการขยี่ตา
- หลีกเลี่ยงการออกแดดหรือกิจกรรมกลางแจ้ง ควรสวมแว่นกันแดดป้องกันแสง UV อย่างน้อย 3 เดือน
- ตรวจติดตามอาการตามคำแนะนำของ จักษุแพทย์
คำแนะนำในการดูแลหลังทำ

หลีกเลี่ยงการขยี้ตา
หรือโดนลม ฝุ่น และน้ำเข้าตา

ใช้ยา และน้ำตาเทียม
ตามคำแนะนำของแพทย์

สวมแว่นกันแดดเพื่อ
ป้องกันแสง UV อย่างน้อย 3 เดือน
แนะนำเข้ารับการตรวจประเมินสภาพกระจกตา และความเหมาะสมกับ จักษุแพทย์ เฉพาะทางด้านกระจกตา และการผ่าตัดแก้ไขสายตา(เลสิค) เพื่อวางแผนการรักษาให้สอดคล้อง กับโครงสร้างดวงตาของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ของการมองเห็นที่ดีในระยะยาว
รีวิวผู้เข้ารับการรักษา
สรุป ( PRK, SBK, Femto, SMILE )
การผ่าตัดแก้ไขสายตา (เลสิก) มีหลายเทคนิค เช่น PRK, SBK LASIK, Femto LASIK และ ReLEx SMILE/SMILE Pro โดยแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงต้องอาศัยการประเมินสภาพดวงตาเป็นรายบุคคลอย่างละเอียด ทั้งค่าสายตา ความหนาและความแข็งแรงของกระจกตา รวมถึงอาชีพ กิจกรรมที่ทำ และลักษณะการใช้สายตาในชีวิตประจำวัน
เป้าหมายของการรักษาไม่ใช่เพียงการมองเห็นที่ชัดเจนในระยะเริ่มต้น แต่ยังรวมถึงความแข็งแรงของดวงตา และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
สำหรับผู้ที่สนใจการผ่าตัดแก้ไขสายตา ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง หรือสายตายาวตามวัย สามารถเข้ารับการตรวจประเมิน เพื่อให้จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดแก้ไขสายตา (เลสิก) ช่วยพิจารณาและแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับดวงตาของแต่ละบุคคล เพื่อให้สามารถตัดสินใจแนวทางการรักษาได้บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน ปลอดภัย และสอดคล้องกับตนเอง



